กกต. เคาะ 22 พ.ค. เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพ และ นายกพัทยา

กกต. เคาะ 22 พ.ค. เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพ และ นายกพัทยา

ที่ประชุม กกต. เคาะวันกาบัตร เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพ และ นายกพัทยา โดยมีกำหนดวันเดียวกันคือวันที่ 22 พฤษภาคม นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ พิจารณาร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง และประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาโดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ในหลักการตามร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง 

ซึ่งตามแผนการจัดการเลือกตั้งดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้ วันที่กกต.ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง กกต.จะออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ในวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2564

ส่วนวันที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศให้มีการเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อกกต.ได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาแล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะออกประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565 และวันสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม ถึงวันพุธที่ 4 เมษายน 2565 เพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา

ดิฉันจึงขอตั้งคำถามไว้ว่าการที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหายของรัฐบาลคุณประยุทธ์ เป็นเพราะโครงการรับจำนำข้าวหรือบริหารงานไม่เป็น หากมองย้อนกลับไปดิฉันก็ยังคงภูมิใจที่ได้บริหารประเทศภายใต้หลักการที่เพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน พร้อมกับสร้างรายได้ให้ประเทศมากขึ้น จนสามารถประกาศว่าจะทำงบประมาณให้สมดุลได้ใน ปี 2560 แตกต่างจากรัฐบาลปัจจุบันที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งและความหวังของประชาชนได้แม้แต่น้อยค่ะ”

นายธนกร กล่าวด้วยว่า การที่ กบน. พิจารณาตรึงราคาน้ำมันดีเซล ก็เพื่อต้องการลดผลกระทบประชาชน ผู้ปกครอง จากการเปิดเทอมซึ่งมีภาระค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก คาดว่าจะยังคงมีทิศทางปรับขึ้นหลังจากที่จีนคลายล็อกดาวน์ อีกทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงยืดเยื้อ

“ซึ่งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นรายวันนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ในเกณฑ์ที่รัฐบาลสามารถรองรับได้งและตามงบประมาณที่มีอยู่

‘ประยุทธ์’ ปลื้ม ‘สื่อไทย’ เป็นที่นิยม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ธนกร เผย ประยุทธ์ ปลื้ม สื่อไทย หรือ Soft Power เป็นที่นิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย นาย ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีต่อกระแสความนิยมวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศที่โดดเด่นมากขึ้นแม้อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้งจากรายการโทรทัศน์ งานดนตรี เทศกาลอาหาร นิทรรศการแสดงสินค้าและบริการ

รวมถึงสื่อออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ ภาพยนตร์ ละคร ซีรี่ส์ เพลง และโฆษณา ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับจากผู้ชมชาวต่างชาติอย่างล้นหลามโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นตลาดส่งออกความบันเทิงหลักของไทย ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดันเป็นสินค้าหลักในการส่งออกสู่ตลาดสากล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของนายกฯ ที่สนับสนุนการใช้ “Soft Power” นำเสนออัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก ผสมผสานนโยบายพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันและแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ BCG (Bio-Circular-Green) เป็นโจทย์ให้กระทรวงวัฒนธรรมสานต่อแนวทางเพื่อพัฒนาความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

โดยได้จัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย ‘CCPOT (Community Cultural Product of Thailand) GRAND EXPOSITION’ ขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 600 ล้านบาท

ในการนี้ รัฐบาลได้ขยายผล ต่อยอดศักยภาพสื่อบันเทิงฝีมือคนไทยสู่ตลาดนานาชาติ โดยทีมประเทศไทยจะเข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์นานาชาติฮ่องกง ประจำปี 2565 (Hong Kong International Film & TV Market (FILMART) 2022) ภายใต้ชื่อ “Content Thailand” ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 14 – 17 มีนาคม 2565 ถือเป็นตลาดซื้อขายภาพยนตร์และสื่อขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย เป็นโอกาสสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการในตลาดสื่อและภาพยนตร์ไทยจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งในงานนี้ รัฐบาลไทยมุ่งหวังขยายเครือข่ายทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการให้มีคู่ค้าหรือผู้ร่วมทุนผลิตเนื้อหารายใหม่ ๆ รวมถึงสร้างโอกาส สร้างรายได้ ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมการบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจใหม่เข้ากับแผนงานด้านวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้มีการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์แล้ว ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจฐานราก พลิกฟื้นชุมชน รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญเพื่อเสริมศักยภาพคนไทยเตรียมพร้อมสู่การส่งออกวัฒนธรรมในอนาคต และในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีให้กำลังใจทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ทุ่มเทนำเสนอวัฒนธรรมและค่านิยมอันดีงาม มีเอกลักษณ์ของไทย เพื่อประโยชน์คนไทย และเพื่อเศรษฐกิจไทย ในประชาคมโลกต่อไป” นายธนกรฯ กล่าว

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป